ชื่อนางสาวอำพา แก้วกลม รหัสนักศึกษา62121860220 คำถามจากการชมคลิปน้องคิตตี้
😆😆💗💗
คำถามหน่วยที่
4
เรื่องการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษในระยะแรกเริ่ม
1.น้องคิตตี้ คือใคร
เรียนชั้นไหนอายุเท่าไร
เรียนที่ไหน
มีลักษณะพิเศษอย่างไร
ตอบ
น้องคิตตี้อายุประมาณ3-6ขวบ มีโครโมโซมคู่ที่ 7 ผิดปกติจึงส่งผลให้มีความบกพร่องทางการได้ยิน
มีรูปมือที่ผิดปกติคล้ายกล้ามปูช่องเพดานโหว่ ทำให้มีปัญหาในการออกเสียง การหายใจ ปัญหาทางสายตาจากรูปตาที่เล็กผิดปกติ
แต่แทนที่จะถอยแต่ครอบครัวของน้องคิตตี้ก็สามารถปรับใช้ทัศนคติเชิงบวกมุ่งมั่นเอาใจใส่ในการช่วยเหลือและพัฒนาเธอตั้งแต่แรกเกิดควบคู่ไปกับการทำงานของคณะครูโรงเรียนสาธิตละอออุทิศจนปัจจุบันนี้คิตตี้ก็สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองก้าวเข้าสู่ห้องเรียนร่วมในระดับอนุบาล
3 ได้
2. ครูใช้เทคนิควิธีการอะไรบ้างในการช่วยเหลือคิตตี้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน
ตอบ
เดือนถึง 2 เดือนแรกที่เด็กเข้ามาอยู่กับครู
ครูบอกเรื่องยืน เดิน เข้าแถว แปรงฟัน เข้าห้องน้ำทุกอย่าง เรื่องพวกนี้การรับประทานอาหารทานเอง
เปลี่ยนเสื้อผ้า ติดกระดุม ใส่ปลอกหมอน ของคิตตี้ครูได้ครูเองสอนเด็กที่มีปัญหาทางหูมาเนี่ยครูก็จะอิงในเด็กปกติเป็นส่วนใหญ่
แต่ครูจะเน้นว่าเด็กเราจะต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ มากกว่าเด็กปกติ คือ ถ้ามีโอกาสได้ไปเรียนร่วมเขาจะต้องไม่พะวงเรื่องการช่วยเหลือตัวเอง
เพื่อที่เขาจะไปปรับเรื่องอื่นแทน พอเทอม 2 ครั้งนี้ครูก็จะเอาเพื่อนเข้ามาการช่วยเพื่อนช่วยเพื่อนที่ยังทำไม่ได้ค่ะ
แล้วก็จะให้เขาเริ่มที่จะช่วยเพื่อนแล้วก็ฟังคำสั่งที่ยากขึ้นเริ่มจำคำศัพท์เริ่มที่จะต้องเป็นลากเส้นระบายสี
เรื่องของเพดานเขา ครูก็ต้องไม่ปกปิด เพราะฉะนั้นลักษณะของถ้าเป็นภาษาของทางการพูด
และเขาจะเรียกว่าเพดานโหว่นิดนึงเวลาพูดเสียงเขาจะขึ้นจมูกมาก เพราะฉะนั้นก็จะฝึกการแก้ไขค่อนข้างยากพอสมควรในเรื่องของเด็กที่มีลักษณะเป็นแบบนี้
แต่ในเรื่องของการสอนโดยครูเนี่ยก็จะสอนเทคนิคของครูก็ คือ จะฝึกในเรื่องของการให้เขาอ่านในเรื่องของการหายใจให้เป็น
ออกเสียงให้เป็นส่วนมากจะใช้เป็นกิจกรรมการเล่นก็จะสนุก เขาก็จะชอบในห้องเสร็จแล้วก็จะมีกระจกสำหรับให้เขาเรียนแบบ
และคิตตี้เขาจะค่อนข้างมีปัญหาจะต้องนวดไปด้วย เพราะว่าอวัยวะค่อนข้างจะเคลื่อนที่หรือว่าเคลื่อนไหวได้นิดนึง
เนื่องจากเขาจะมีปัญหาอยู่ข้างในตั้งแต่ขวบนึงถึง 3 ขวบครูจะให้เด็กเก็บคำสั่งให้เยอะมากที่สุด
เพื่อที่จะให้เขามีคลังคำศัพท์เยอะมากขึ้น คือ เราจะยังไม่เป็นเกณฑ์จากว่าจะไปแล้ว
เขายังไม่คงที่ ให้เขาออกเสียงคำศัพท์ให้มากที่สุด
3. นศ. คิดว่าเป้าหมายหรือหลักชัยที่ครูต้องการพัฒนาและช่วยเหลือให้คิตตี้ไปถึงคืออะไร
ตอบ
คือ เด็กจะต้องมีการได้รับการฝึกมาเพื่อที่จะเข้าในชั้นเรียนร่วมแล้ว
แล้วเขาก็จะมีเหมือนสัญชาตญาณ หรือว่าไฟที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองเข้าไปเรียนแล้วคุณครูก็สอนเหมือนเด็กปกติทั่วไป
แต่ช่วยเพื่อนได้เลยนะคะ เพื่อนที่เป็นปกติสามารถช่วยเพื่อนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้
ให้เขาช่วยทีละเล็กทีละน้อยเขาจะกลายเป็นว่าเด็กปกติจะได้มีความเอื้อเฟื้ออาทรฝึกจิตใจของตัวเองด้วยแล้วก็ทางเดินของเราเองก็จะได้รู้สึกว่าเขามีเพื่อ
คือจรริง ๆ ครูก็มีความคาดหวังอยู่ในใจว่าคิดดีน่าจะไปเรียนร่วมมีอะไรที่ที่คิดว่าเป็นปัญหาถ้าเมื่อเขาได้เข้ามาอยู่ในชั้นเรียนแล้ว
จะเกิดปัญหาขึ้นดีค่ะครูก็จะเอากลับมาสอนเขาซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ จนกว่าเขาจะสามารถที่จะตอบได้แล้วคิดเองได้
จะต้องสื่อสารกับเพื่อนยังไง อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ
4. บทบาทพ่อแม่และครูที่ช่วยให้คิตตึ้ไม่รู้สึกว่ามีปมด้อยคืออย่างไร
ตอบ
คุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องเตรียมมาในระดับหนึ่ง เพื่อที่ว่าน้องจะได้เข้ามาอยู่กับเพื่อน
ๆ ได้อย่างมีความสุขให้ความเอาใจใส่ น้องคิตตี้อย่างดียิ่ง เมื่อคุณพ่อคุณแม่เปิดใจรับลูกว่าลูกเป็นอะไรตั้งแต่แรกก็จะช่วยลูกตั้งแต่แรกแล้วก็ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนทุก
ๆ อย่างทุกกิจกรรมของคุณพ่อคุณแม่บอกว่าอยากให้ลูกได้ในสิ่งที่คนอื่น ๆ ได้เตรียมความพร้อมทั้งจากครอบครัว
และฝ่ายงานบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มเมื่อเธอมีความพร้อมจึงมีการส่งต่อเข้าสู่ห้องเรียนพิเศษระดับอนุบาลต่อเนื่องตั้งแต่อนุบาล
1 ถึงอนุบาล 3
5. สื่ออุปกรณ์ในวีดีโอนี้ที่เหมาะกับการนำไปใช้กับเด็กควรมีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบ
สิ่งที่ใช้กระดาษที่แข็งแรงใช้รูปแบบที่หยิบจับได้ง่าย
คือ หยิบจับได้เลยไม่ใช่ว่ามองดูอย่างเดียว เขาก็จะต้องสามารถหยิบจับได้แล้ว พอเขาเมื่อเขาจับแล้วตื่นจะเหมือนกับว่าไม่หักไม่งอง่าย
ๆ อย่างนี้ครูก็จะใช้อุปกรณ์ที่ทน คือ เด็กจะต้องมีการได้รับการฝึกมาเพื่อที่จะเข้าในชั้นเรียนร่วมแล้วแล้วเขาก็จะมีเหมือนสัญชาตญาณ
หรือว่าไฟที่จะเรียนรู้ด้วยตัว
6. การที่คิตตี้มาเรียนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนปกติ
นศ.คิดว่าสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นของคิตตี้ได้รับการพัฒนาคือเรื่องใดบ้าง
ตอบ การช่วยเหลือแบ่งปันการช่วยเหลือซึ่งกันและกันจากเพื่อนสู่เพื่อนฝึกมาเพื่อที่จะเข้าในชั้นเรียนร่วมแล้วแล้วเขาก็จะมีเหมือนสัญชาตญาณ
หรือว่าไฟที่จะเรียนรู้ด้วยตัว
7. ในกรณีของน้องคิตตี้เข้ากับหลักการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มอย่างไร
ตอบ
ความเรื่องนี้
อธิบายถึงสิ่งที่ได้รู้เกี่ยวกับระบบการให้ความช่วยเหลือแต่เนิ่น ๆ ซึ่งพัฒนา
ขึ้นมาสำหรับเด็กเล็ก (อายุประมาณ 3-5 ขวบ) ที่เรียกว่า การยอมรับและการตอบสนอง’
ระบบการยอมรับและตอบสนองนี้ คือ
การฝึกฝนเด็กปฐมวัยแบบใหม่ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือครูและผู้ปกครองในการตอบสนองปัญหาความบกพร่องในเด็กเล็ก
ที่อาจมีความเสี่ยงต่อความบกพร่องทางการเรียนรู้ในระยะแรกเริ่มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยเริ่มจากวัย 3 หรือ 4 ขวบก่อนที่เด็กจะต้องพบกับความล้มเหลวในการเรียน
และก่อนที่เด็กจะต้องถูกประเมินอย่างเป็นทางการ
และมีโอกาสถูกส่งเข้าไปรับการศึกษาพิเศษ
การให้ความสนับสนุนแนวคิดของการให้ความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มนี้
มีระบุอยู่ในบทแก้ไขเพิ่มเติมของกฎหมายการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (Individuals
with Disabilities Education Act หรือ IDEA) และในระบบการตอบสนองต่อการสอนที่จัดทำขึ้นสำหรับเด็กในวัยเรียน
8. เทคนิคใดที่พ่อกับแม่หรือครูใช้ในการช่วยเหลือคิตตี้ที่
นศ.ประทับใจ
และเพราะเหตุใด
ตอบ
เรียนรู้ด้วยตัวเองเข้าไปเรียนแล้ว คุณครูก็สอนเหมือนเด็กปกติทั่วไป
แต่เพียงแต่ว่าให้เขานั่งข้างหน้าหน่อยนึงเพื่ออะไรเวลาคุณครูหันไปหากระดานหรือหันซ้ายหันขวาเวลาที่จะเราจะหยิบจับอะไรอย่างนี้ค่ะอย่างน้อยเสียงก็ยังเข้าไปในเครื่องช่วยฟังเขาเขาก็จะยังได้ได้ยินอยู่คุณครูบอกให้เพื่อนช่วยเพื่อนได้เลยนะคะเพื่อนเขา
และเพื่อนที่เป็นปกติแต่สามารถช่วยเพื่อนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้ ให้เขาช่วยทีละเล็กทีละน้อยอ่ะค่ะเขาจะกลายเป็นว่าเด็กปกติจะได้มีความเอื้อเฟื้ออาทรฝึกจิตใจของตัวเองด้วยแล้วก็ทางเดินของเราเองก็จะได้รู้สึกว่าน้องมีเพื่อนคือครูก็จริง
ๆ ตั้งแต่รับผิดดีมาเนี่ยกูก็มีความคาดหวังอยู่ในใจว่าคิดดีน่าจะไปเรียนร่วมมีอะไรที่ที่คิดว่าเป็นปัญหาถ้าเมื่อเขาได้เข้ามาอยู่ในชั้นเรียนแล้วจะเกิดไม่ปัญหาขึ้น
และอยู่ร่วมสังคมอย่างมีความสุขค่ะ
9. หากนศ.พบเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มจะแนะนำแก่ผู้ปกครองอย่างไร
ตอบ
พูดให้เปิดใจรับลูกไม่ว่าลูกเป็นอะไรตั้งแต่แรกก็จะช่วยลูกตั้งแต่แรกแล้วก็ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนทุก
ๆ อย่างทุกกิจกรรมของคุณพ่อคุณแม่บอกว่า และให้อยากให้ลูกได้ในสิ่งที่คนอื่น ๆ ได้เตรียมความพร้อมทั้งจากครอบครัวและฝ่ายงานบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มเมื่อเธอมีความพร้อมจึงมีการส่งต่อเข้าสู่ห้องเรียนพิเศษระดับอนุบาล
ครูก็จะช่วยดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อนุบาล 1 ถึงอนุบาล 3 และครูก็จะคอยช่วยเท่าที่ครูจะมีกำลังสอนได้
เราก็ให้เขาเท่าที่ครูคนนึงให้แล้วก็คิดว่าเขาน่าจะได้รับโอกาสที่จะไปเรียนกับเด็กปกติซึ่งเขาก็คือเด็กปกตินะถ้าเขาขึ้นป.
1 ได้ครูก็จะดีใจดีใจดีใจมากกว่านี้อีกเราก็รู้สึกว่าเราภูมิใจที่เราทำให้เด็กคนหนึ่งที่มีเท่าคนอื่นแต่เขาก็ทำอะไรได้เหมือนคนอื่นแล้วหรือได้มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
และพูดไม่ให้คุณพ่อคุณแม่ถอดใจ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น