นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

  

สัปดาห์ที่ 1 วันศุกร์ที่ 4 เดือน ธันวาคม 2563

1.ความรู้ที่ได้รับมีเรื่องอะไรบ้าง

ตอบ เรื่อง เด็กบกพร่องทางการได้ยิน

ความหมายเด็กที่มีการบกพร่องทางการได้ยินคือเด็กที่ไม่สามารถได้ยินเทียบเท่ากับบุคคลที่มีความสามารถในการได้ยินปกติที่สามารถรับฟังเสียงด้วยหูทั้งสองข้างตั้งแต่ระดับ 25 เดซิเบล ขึ้นไปซึ่งจะถือว่าเป็นบุคคลที่สูญเสียการได้ยิน

สาเหตุ แบ่งได้เป็นสองประเภทคือ

 1.สาเหตุจากกรรมพันธุ์เด็กมีสาเหตุจากความผิดปกติของพ่อหรือแม่ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคน

2.สาเหตุจากสภาพแวดล้อมคุณสืบเนื่องจากการที่มารดาป่วยหรือติดเชื้อขณะตั้งครรภ์การติดเชื้อหลังที่เด็กคลอด

ปัญหา

1. ด้านสติปัญญา บางครั้งจะเรียนได้ช้ากว่าเด็กปกติในเรื่องการอ่านการเขียนและทักษะในการใช้ภาษาเนื่องจากไม่สามารถได้ยินภาษาหรือคำพูดที่ใช้

2. การปรับตัวทางสังคมและบุคลิกภาพการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นปัญหาทางพฤติกรรมเช่นมักใช้การรุนแรงคิดตัวเองเป็นศูนย์กลางปัญหาในการปรับตัวมากกว่าเด็กปกติเป็นต้น

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับการสูญเสียการได้ยินประสบการณ์ทางภาษาและประสบการณ์จากสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับคนและสิ่งของต่าง ๆ

หลักเกณฑ์

บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

1. คนหูหนวกหมายถึงบุคคลที่สูญเสียการได้ยินมากจนไม่สามารถเข้าใจการพูดผ่านทางการได้ยินไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่เครื่องช่วยฟังซึ่งโดยทั่วไปหากตรวจการได้ยินจะมีการสูญเสียการได้ยิน 90 เดซิเบลขึ้นไป

2. คนหูตึงหมายถึงบุคคลที่มีการได้ยินเหลืออยู่เพียงพอที่จะได้ยินการพูดผ่านการได้ยินโดยทั่วไปจะใส่เครื่องช่วยฟังซึ่งหากตรวจวัดการได้ยินจะมีการได้ยินน้อยกว่า 90 เดซิเบลลงมาถึง 26 เดซิเบล

 

 เรื่อง การดูแลเด็กปฐมวัยมีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ

ความหมาย เป็นกลุ่มของเด็กในกลุ่มบกพร่อง ในส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือส่วนที่เกี่ยวกับความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวและส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ความบกพร่องทางสุขภาพประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษามี 2 ประเภทดังนี้หนึ่งบุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวได้แก่

1. บุคคลที่มีอวัยวะไม่สมส่วนหรือขาดหายไปกระดูกหรือกล้ามเนื้อผิดปกติ

2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพได้แก่บุคคลที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรังหรือมีโรคประจำตัวที่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

สาเหตุ

1. สาเหตุจากสภาวะการณ์ระหว่างที่มารดาตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ทารกในครรภ์กำลังมีการพัฒนาโครงสร้างของร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ

2. สาเหตุจากโรคทาง 1000 ทุกกรัมมีความถ่ายทอดความผิดปกติทางสายเลือดเด็กในครรภ์อาจดิ้นไม่แรงหรือไม่ดิ้นเนื่องจากมีความผิดปกติทางด้านร่างกาย

3. สาเหตุจากความผิดปกติระหว่างคลอดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคอดเช่นคลอดยากคลอดโดยการใช้เครื่องมือหรือผ่าตัดคลอด

4. สาเหตุทำให้เกิดความบกพร่องทางร่างกาย การเคลื่อนไหวหรือสุขภาพหลังคลอด ได้แก่ อุบัติเหตุก่อให้เกิดอันตราย การถูกทำร้าย เนื้องอกในสมองและไขสันหลังเป็นต้น

เกณฑ์การพิจารณาเกณฑ์พิจารณาทางร่างกายและการเคลื่อนไหว

1. อวัยวะไม่สมส่วนหรือแขนขาลีบ

2. มีอวัยวะขาดหายไปและเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต

3. มีอาการผิดรูปของกระดูกและข้อ

4. มีลักษณะกล้ามเนื้อแขนขาเกร็ง

5. มีลักษณะกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง
6. มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

7. ไม่สามารถนั่งตรงตัวได้ด้วยตนเอง

8. ไม่สามารถยืนทรงตัวได้ด้วยตนเอง

          9. ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง

การพิจารณาด้านสุขภาพ

1. ปนพสบอุบัติเหตุ ผ่าตัด

2. เป็นโรคเรื้อรังและหลอดเลือดมีภาวะผิดปกติของระบบต่าง ๆ

ปัญหา

1. ปัญหาด้านร่างกายเด็กกลุ่มที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพแต่ละคนจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุและลักษณะอาการที่เป็น

2. ปัญหาด้านจิตใจและสังคมได้แก่

1. มีภาวะอารมณ์ที่ฉุนเฉียวหรือหงุดหงิดง่าย

2.ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง

3. เห็นคุณค่าตนเองต่ำ

4. มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้

 

 เรื่อง การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

ความหมาย

1.ความหมายทั่วไปคนตาบอดคือบุคคลที่มองไม่เห็นไม่มีการมองเห็นหรือเห็นอยู่บ้าง แต่ไม่สามารถใช้สายตาได้ดีกว่าคนปกติ

 2.ความหมายทางการแพทย์สมรรถภาพของการเห็นของผู้ใดต่ำกว่าปกติ 10% ถือว่าตาบอดทั้งในด้านระยะทางที่มองเห็นและในด้านความกว้างของการเห็นที่เรียกว่า” ลานตา

3. ความหมายในเชิงกฎหมายความบกพร่องทางการมองเห็นในแง่กฎหมายหมายถึงผู้ที่มีสายตาข้างที่ ดีลังแก้ไขด้วยแว่นตาหรืออุปกรณ์อื่นได้น้อยกว่า 20 / 200 ของคนปกติ

4. ความหมายในเเง่ของการศึกษา หมายถึง ผู้ที่มีสายตาพิการจนกระทั่งไม่สามารถได้รับการรักษาใช้สายตาได้ไม่สามารถอ่านหรือเขียนหนังสือของคนปกติได้

5. ความหมายในแง่ทางสังคมผู้ที่มีความบกพร่องทางการเห็นจนเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพหรือไม่สามารถประกอบอาชีพที่ต้องใช้สายตาของที่อาชีพนั้น ๆ

เกณฑ์การพิจารณา

เด็กทารกเกิดยังใช้สายตาไม่ได้เต็มที่มากต้องต้องใช้เวลาปรับ

สาเหตุ

1. ตาต้องปกติไม่มีโรคของตา

2. ระบบเส้นประสาทกอกที่นำความรู้สึกการเห็นจากตาไปถึงสมองต้องปกติ

3. สมองเห็นได้โดยตราสามารถจับภาพที่ชัดเจนและเส้นประสาทตาจะนำความรู้สึกนั้นส่งผ่านไปยังระบบประสาทตาแล้วจึงผ่านไปถึงสมองเมื่อสมองเป็นปกติก็จะรู้ว่าเป็นอะไรตามที่ตาเห็น

 สาเหตุของความบกพร่องทางการเห็นจะแตกต่างกันในคนที่มีอายุต่างกันเช่นในเด็กแรกเกิดสาเหตุส่วนใหญ่มาจากโรคกรรมพันธุ์จากการคลอดก่อนกำหนดส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมักจะเป็นเรื่องของการเสื่อมของเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น โรคประสาทตาเสื่อม ต้อกระจก ต้อหิน เป็นต้น

2.มุมมองหรือทัศนคติที่ปรับเปลี่ยนไป

    - ได้เเลกเปลี่ยนเรียนรู้

3.วันนี้มีอะไรบ้างที่หนูประทับใจ

    -ประทับใจที่เพื่อนนำเสนอได้ดีเเละมีความรู้

4.มีอะไรบ้างที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    -สามารถนำความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการดูเเลเด็กปฐมวัยที่มีความปกพร่องด้านต่างๆมาสั่งเกตุกับบุคคลใกล้ตัวได้

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวปรมาภรณ์ อ่อนคำ 62121860115 บันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งที่ 2