นางสาวณัฐวดี ผิวเอี่ยม 62121860212 ตอบคำถามจากการชมคลิปน้องคิตตี้

ตอบคำถามจากการชมคลิปน้องคิตตี้

  

1.น้องคิตตี้คือใครเรียนชั้นไหนอายุเท่าไรเรียนที่ไหนมีลักษณะพิเศษอย่างไร

ตอบ ชื่อ เด็กหญิง อัจฉราทิพย์  จาตุรนต์วศิน  ชื่อเล่น น้องคิตตี้   เรียนชั้น อนุบาล 3 เรียนที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มีลักษณะลพิเศษคือ โครโมโซมคู่ที่ 7 ผิดปกติ ส่งผลให้มีการบกพร่องทางการได้ยิน มีรูปมือที่ผิดปกติคล้ายกล้ามปู ช่องเพดานโหว่ ทำให้มีปัญหาในการออกเสียง การหายใจ ปัญหาทางสายตาจากรูปตาที่เล็กผิดปกติ

 2. ครูใช้เทคนิควิธีการอะไรบ้าง ในการช่วยเหลือคิตตี้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน 

ตอบ ครูใช้วิธีการสอนแบบเด็กปกติทั่วๆไป หลักสูตรเหมือนกัน ทำกิจกรรมแบบเดียวกัน เพียงแต่มีการกำกับดูแลน้องคิตตี้เป็นพิเศษ ดูแลอย่างใกล้ชิดมากกว่าเด็กปกติ เริ่มแรกเริ่มจากการทำให้น้องคิตตี้ รู้จักการอยู่ร่วมกันในสังคม ต่อมาก็เริ่มสอนวิธีการดำรงชีวิตในโรงเรียน การอยู่กับเพื่อน การทำกิจกรรมกับเพื่อน และสอนทางด้านความรู้ต่างๆ ส่วนใหญ่จะสอนให้น้องคิตตี้รู้จักการใช้ร่างกายได้ทุกส่วนของร่างกาย เพื่อให้น้องมีความมั่นใจในตัวเอง เป็นต้น

3. นักศึกษาคิดว่าเป้าหมายหรือหลักชัยที่ครูต้องการพัฒนาและช่วยเหลือให้คิตตี้ไปถึงคืออะไร

ตอบ เป้าหมายที่ครูต้องการพัฒนาและช่วยเหลือ คือ การที่ทำให้น้องคิตตี้ใช้ชีวิตในสังคมของโรงเรียนได้เหมือนกับเด็กปกติ ไม่คิดว่าตัวเองมีปมด้อยในด้านร่างกาย และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในรั้วโรงเรียนควบคู่ไปกับความรู้ ความสามรถต่างๆ เป็นต้น

 4. บทบาทพ่อแม่และครูที่ช่วยให้คิตตึ้ไม่รู้สึกว่ามีปมด้อยคืออย่างไร

ตอบ บทบาทพ่อแม่และครูที่ช่วยให้น้องคิตตี้ไม่รู้สึกว่ามีปมด้วย คือ จะคอยพยายามบอกลูกตัวเองว่า ถึงลูกจะมีร่างกายที่ไม่เหมือนเพื่อนก็ไม่เป็นไร ขอแค่เราสามารถใช้ชีวิตไปตามปกติได้ เช่น เขียนได้ ทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนได้ เป็นต้น การให้กำลังใจเด็ก คอยช่วยเหลือเด็กอย่างใกล้ชิด เข้าใจเด็ก และทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองก็สามารถทำสิ่งต่างๆได้เหมือนกับคนอื่นได้

5.สื่ออุปกรณ์ในวีดีโอนี้ที่เหมาะกับการนำไปใช้กับเด็กควรมีคุณสมบัติอย่างไร

ตอบ ชนิดสื่อที่ใช้กระดาษที่แข็งแรงใช้รูปแบบที่หยิบจับได้ง่าย คือหยิบจับได้เลย ไม่ใช่ว่ามองดูอย่างเดียว เขาก็จะต้องหยิบจับได้ แล้วพอเมื่อเขาหยิบจับแล้ว สื่อจะเหมือนกับว่าไม่หักไม่ง้อง่ายๆ แล้วก็จะใช้อุปกรณ์ที่ทน คือเด็กจะต้องมีการได้รับการฝึกมาเพื่อที่จะเข้าในชั้นเรียนร่วมแล้ว เขาก็จะมีสัญชาตญาณหรือว่าใฝ่ที่จะเรียนรู้เอง พอเข้าไปเรียนครูก็สอนเหมือนเด็กปกติทั่วไป เพียงแต่ว่าให้เขานั่งข้างหน้าหน่อยนึง เวลาคุณครูหันไปหากระดาน หันซ้าย หันขวา เวลาที่จะหยิบจับอะไร อย่างน้อยเสียงก็ยังเข้าไปในเครื่องช่วยฟังเขา เขาก็ยังได้ยินหน่อย

6.การที่คิตตี้มาเรียนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนปกติ นักศึกษาคิดว่าสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นของคิตตี้ได้รับการพัฒนาคือเรื่องใดบ้าง

ตอบ ทักษะทางด้านสังคม ทักษะการช่วยเหลือตนเองและการได้ช่วยเหลือเพื่อน เพื่อนของคิตตี้เป็นเด็กปกติจะสามารถช่วยเหลือเพื่อนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้ ให้เขาช่วยทีละเล็กทีละน้อย จะกลายเป็นว่าเด็กปกติจะได้มีความเอื้ออาทร ฝึกจิตใจของตนเองด้วย

 7.ในกรณีของน้องคิตตี้เข้ากับหลักการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มอย่างไร

ตอบ คิตตี้ได้รับความเตรียมความพร้อมทั้งจากครอบครัว และฝ่ายงานบริการช่วยเหลือในระยะเริ่มแรก เมื่อเธอมีความพร้อมจึงมีการส่งต่อเข้าสู่ห้องเรียนพิเศษระดับอนุบาล

8. เทคนิคใดที่พ่อกับแม่หรือครูใช้ในการช่วยเหลือคิตตี้ที่นักศึกษาประทับใจ และเพราะเหตุใด

ตอบ ประทับใจตรงที่พ่อแม่และครูใช้เทคนิคการสอนแบบกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด คอยให้กำลังใจเด็กอยู่เสมอ ประทับใจ เพราะ การที่ผู้ปกครองและครูปฏิบัติกับเด็กได้เป็นอย่างดี คอยสอน คอยดูแล คอยให้กำลังใจเด็ก ซึ่งส่วนนี้จะทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่มีปมด้อยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

9. หากนักศึกษาพบเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มจะแนะนำแก่ผู้ปกครองอย่างไร

ตอบ ถ้าพบเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มจะแนะนำแก่ผู้ปกครอง คือ จะให้คำแนะนำให้ผู้ปกครองไปสอบถามทางการแพทย์ดูเป็นอันดับแรกเพื่อให้รู้ว่าเด็กมีอาการเป็นอย่างไร และต้องปฏิบัติอย่างไรในอาการที่เป็นอยู่ ถ้ามีอาการที่ผู้ปกครองไม่สามารถดูแลหรือเกินความสามารถในการควบคุมแล้ว จะแนะนำให้ผู้ปกครองไปหาโรงเรียนที่รับสอนเด็กที่มีลักษณะพิเศษหรือเป็นเด็กที่พิเศษ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ปกครอง เป็นต้น


 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวปรมาภรณ์ อ่อนคำ 62121860115 บันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งที่ 2