นางสาวสุภารสา สมบัติ 62121860125 ตอบคำถามจากการชมคลิปน้องคิตตี้

     การช่วยเหลือที่มีความต้องการพิเศษในระยะแรกเริ่ม ร่วมกับดูคลิปน้องคิตตี้


1.น้องคิตตี้คือใคร เรียนชั้นไหนอายุเท่าไร เรียนที่ไหน มีลักษณะพิเศษอย่างไร
ตอบ เด็กหญิงอัจฉราทิพย์ จาตุรนต์วศิน (น้องคิตตี้) ชั้นอนุบาล 3 อายุ 5-6 ปี เรียนที่โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ม.ราชภัฏสวนดุสิต กรุงเทพฯ ลักษณะพิเศษ ความบกพร่องทางการได้ยินและความพิการซ้ำซ้อนตั้งแต่แรกเริ่ม โครโมโซมคู่ที่ 7ผิดปกติ จึงส่งผลให้มีความบกพร่องทางการได้ยิน มีรูปมือที่ผิดปกติคล้ายกล้ามปู ช่องเพดานโหว่ ทำให้มีปัญหาในการออกเสียง การหายใจ ปัญหาทางสายตาจากรูปตาที่เล็กผิดปกติ

2.ครูใช้เทคนิควิธีการอะไรบ้างในการช่วยเหลือคิตตี้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน
ตอบ มีการฝึกทางด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทักษะทางด้านสังคม และเน้นการช่วยเหลือตนเอง น้องคิตตี้จะมีเพดานไม่ปกติเทคนิคของครูก็คือ การหายใจให้เป็น ออกเสียงให้เป็น ส่วนมากจะใช้เป็นกิจกรรมการเล่น เขาก็จะสนุกเขาก็จะชอบ ในห้องฝึกก็จะมีกระจก ซึ่งให้เขาเลียนแบบ คิตตี้เขาจะค่อนข้างมีปัญหาคือ จะต้องนวดไปด้วย เพราะว่าอวัยวะเขาค่อนข้างจะแบบเคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวได้นิดนึง เขาจะมีปัญหาอยู่ภายในตั้งแต่ขวบ 1-3 ขวบ ครูจะให้เด็กเก็บคำศัพท์ให้ได้เยอะมากที่สุด เพื่อที่จะให้เขามีคำศัพท์มากยิ่งขึ้น ครูจะยังไม่เน้นแก้เกี่ยวกับร่างกายเขายังไม่คงที่ให้เขาออกเสียง คำศัพท์ให้ได้มากที่สุด ให้พรั่งพรูออกมาให้ได้มากที่สุด จะแก้ตอนอยู่อนุบาล 2 ถึงอนุบาล 3

3.นักศึกษาคิดว่าเป้าหมายหรือหลักชัยที่ครูต้องการพัฒนาและช่วยเหลือให้คิตตี้ไปถึงคืออะไร
ตอบ เป้าหมายของครูคือสอนเท่าที่ครูคนหนึ่งจะสอนได้ ให้เขาเท่าที่ให้ได้ คิดว่าเขาควรจะได้รับโอกาส ที่จะไปเรียนกับเด็กปกติ ซึ่งเขาก็คือเด็กปกติ ถ้าเขาขึ้นป.1ได้ ครูก็จะดีใจ ดีใจมากกว่านี้อีก ครูรู้สึกภูมิใจที่ครูทำให้เด็กคนหนึ่ง ที่มีไม่เท่าคนอื่นแต่เขาก็ทำอะไรได้เหมือนกับคนอื่นหรือได้มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ

4.บทบาทพ่อแม่และครูที่ช่วยให้คิตตี้ ไม่รู้สึกว่ามีปมด้อยคืออย่างไร
ตอบ พ่อแม่และครู ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับน้องคิตตี้ยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็นให้ได้ และให้กำลังใจให้กับน้องคิตตี้ โดยที่ว่าก็จะบอกถึงจุดเด่น คิตตี้มีแค่นี้ ไม่เท่าเพื่อน แต่หนูสามารถทำได้เหมือนเพื่อน หนูช่วยเหลือตนเองได้หมดเลย หนูก็เก่งแล้ว น้องคิตตี้ปรับตัวได้เยอะขึ้น เพื่อนๆก็ให้การยอมรับ ครอบครัวของน้องคิตตี้เป็นครอบครัวที่น่ารักมากให้ความเอาใจใส่น้องคิตตี้อย่างดียิ่ง เมื่อคุณพ่อคุณแม่เปิดใจรับลูกว่าลูกเป็นอะไรตั้งแต่แรกก็จะช่วยลูกตั้งแต่แรกและให้ความร่วมมือกับโรงเรียนทุกๆอย่าง ทุกกิจกรรม คุณพ่อคุณแม่บอกว่าอยากให้ลูกได้ในสิ่งที่ลูกคนอื่นๆได้ 

5.สื่ออุปกรณ์ในวีดีโอนี้ที่เหมาะกับการนำไปใช้กับเด็กควรมีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบ ชนิดสื่อที่ใช้กระดาษที่แข็งแรงใช้รูปแบบที่หยิบจับได้ง่าย คือหยิบจับได้เลย ไม่ใช่ว่ามองดูอย่างเดียว เขาก็จะต้องหยิบจับได้ แล้วพอเมื่อเขาหยิบจับแล้ว สื่อจะเหมือนกับว่าไม่หักไม่ง้อง่ายๆ แล้วก็จะใช้อุปกรณ์ที่ทน คือเด็กจะต้องมีการได้รับการฝึกมาเพื่อที่จะเข้าในชั้นเรียนร่วมแล้ว เขาก็จะมีสัญชาตญาณหรือว่าใฝ่ที่จะเรียนรู้เอง พอเข้าไปเรียนครูก็สอนเหมือนเด็กปกติทั่วไป เพียงแต่ว่าให้เขานั่งข้างหน้าหน่อยนึง เวลาคุณครูหันไปหากระดาน หันซ้าย หันขวา เวลาที่จะหยิบจับอะไร อย่างน้อยเสียงก็ยังเข้าไปในเครื่องช่วยฟังเขา เขาก็ยังได้ยินหน่อย

6.การที่คิตตี้มาเรียนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนปกติ นักศึกษาคิดว่าสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นของคิตตี้ได้รับการพัฒนาคือเรื่องใดบ้าง
ตอบ ทักษะทางด้านสังคม ทักษะการช่วยเหลือตนเองและการได้ช่วยเหลือเพื่อน เพื่อนของคิตตี้เป็นเด็กปกติจะสามารถช่วยเหลือเพื่อนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้ ให้เขาช่วยทีละเล็กทีละน้อย จะกลายเป็นว่าเด็กปกติจะได้มีความเอื้ออาทร ฝึกจิตใจของตนเองด้วย
 
7.ในกรณีของน้องคิตตี้เข้ากับหลักการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มอย่างไร
ตอบ คิตตี้ได้รับความเตรียมความพร้อมทั้งจากครอบครัว และฝ่ายงานบริการช่วยเหลือในระยะเริ่มแรก เมื่อเธอมีความพร้อมจึงมีการส่งต่อเข้าสู่ห้องเรียนพิเศษระดับอนุบาล

8.เทคนิคใดที่พ่อกับแม่หรือครูใช้ในการช่วยเหลือคิตตี้ที่ นักศึกษาประทับใจ และเพราะเหตุใด
ตอบ เทคนิคด้านการช่วยเหลือตนเอง เพราะว่าเด็กจะต้องช่วยเหลือตนเองได้เป็นอันดับหนึ่ง ใน 1 เดือนถึง 2 เดือนแรกที่เด็กเข้ามาอยู่ ครูบอกว่า เดิน ยืน เข้าแถว แปรงฟัน เข้าห้องน้ำทุกอย่าง เรื่องพวกนี้ เครื่องตักอาหารทานเอง เปลี่ยนเสื้อผ้า ติดกระดุม ใส่ปลอกหมอน โดยครูจะเน้นว่าคิตตี้จะต้องช่วยเหลือตนเองให้ได้มากกว่าเด็กปกติ คือถ้าสมมุติเขามีโอกาสได้ไปเรียนร่วม เขาจะต้องไม่พะวงเรื่องช่วยเหลือตัวเอง เพื่อที่เขาจะไปปรับเรื่องอื่นแทน

9.หากนักศึกษาพบเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มจะแนะนำแก่ผู้ปกครองอย่างไร
ตอบ แนะนำว่าเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่ม คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดใจกว้างยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น สร้างความมั่นใจและเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึ่งบางครอบครัวยังไม่เข้าใจ ว่าลูกมีความต้องการพิเศษทางด้านไหน ก็ยังมีภาวะความเครียดอยู่ยังจับต้นชนปลายยังไม่ถูกนัก ที่จะช่วยพัฒนาหรือจะช่วยเขาตรงไหนก่อน ซึ่งครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เขามีกำลังใจมากขึ้น และมีแรงผลักดันทำให้เขาไม่ท้อ และไม่เป็นปมด้อยของตัวเอง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวปรมาภรณ์ อ่อนคำ 62121860115 บันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งที่ 2