นางสาวสุภารสา สมบัติ รหัสนักศึกษา62121860125 แบบบันทึกความรู้ที่ได้ครั้งที่2
สรุปความรู้ที่ได้ครั้งที่ 2
-ได้ทราบบุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา
-ได้ทราบบุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้
-ได้ทราบบุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านการพูดและภาษา
ความบกพร่องทางด้านสติปัญญา
องค์ความรู้ที่ได้รับ
เด็กที่มีความบกพร่องในการทำงานของกระบวนการทางปัญญา (cognitive functioning) และมีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการปรับตัว (adaptive behaviors) ตั้งแต่ 2 ประการขึ้นไป ในอดีตได้กำหนดให้เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาคือเด็กที่มีระดับ IQ หรือ ความฉลาดทางสติปัญญาต่ำกว่า 70 คะแนน (IQ ของคนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 100 คะแนน) ในเวลาต่อมาคำจำกัดความของความบกพร่องทางสติปัญญานั้นจะรวมทั้งเรื่องของการทำงานของกระบวนการทางปัญญา และทักษะความสามารถในการทำสิ่งต่างๆของบุคคลในสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ดังนั้นผู้ที่มีระดับความฉลาดทางสติปัญญาต่ำกว่าค่ามาตรฐานเพียงอย่างเดียว จึงไม่เรียกว่าเป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
ทัศนคติ
ทัศนคติที่เปลี่ยนไปคือ จากเดิมไม่ทราบว่าเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญาจะมีเกณฑ์เฉลี่ยต่ำกว่า 70 เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา มักมีปัญหาเกือบทุกด้านในชีวิตประจำวัน และปัญหาการเรียน เนื่องจากเด็กมีข้อจำกัดหรือเพดานในการเรียนรู้ ทำให้ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆได้เท่ากับเพื่อนในวัยเดียวกัน เป็นภาวะที่สมองหยุดพัฒนาหรือพัฒนาอย่างไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดความบกพร่องของทักษะด้านต่างๆ ในระยะพัฒนาการ และส่งผลกระทบต่อระดับเชาวน์ปัญญาทุกๆ ด้าน
ประทับใจ
วันนี้ประทับใจเพื่อนๆและอาจารย์ที่ได้ให้ความรู้มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เข้าใจเนื้อหาของวิชานี้เพิ่มมากขึ้น อาจารย์ได้พาทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย ออกกำลังกาย ทำให้ไม่เครียดในการเรียนจนเกินไป
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
จากความรู้ที่ได้ศึกษาในวันนี้ ทำให้ทราบอะไรหลายๆอย่าง ที่ไม่เคยทราบมาก่อนและจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้เข้าใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและนำไปต่อยอดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการเรียน
ความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้
องค์ความรู้ที่ได้รับ
เด็ก LD หมายถึงเด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้ เนื่องจากมีความผิดปกติของระบบประสาทชนิดถาวร ทำให้สมองถูกจำกัดความสามารถในการเรียนรู้ การทำความเข้าใจ หรือการจดจำ และอาจพบร่วมกับโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ได้ถึงร้อยละ 40-50 เช่น โรคสมาธิสั้น (ADHD) พ่อแม่อาจสังเกตสัญญาณของความผิดปกติจากการที่เด็กไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดได้นาน มีปัญหาในการพูด การอ่าน การเขียน การคำนวณ ส่งผลให้อาจมีทักษะในการเรียนรู้ด้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
สาเหตุของความบกพร่องทางการเรียนรู้
-พันธุกรรม คาดว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เด็กมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ทั้งนี้ นักวิจัยบางส่วนโต้แย้งว่าเด็ก LD อาจไม่ได้เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่เกิดจากการเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่
-พัฒนาการสมอง บางทฤษฎีกล่าวว่าเด็กที่มีพัฒนาการสมองผิดปกติ เช่น เด็กที่มีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่ามาตรฐาน คลอดก่อนกำหนด สมองขาดออกซิเจน หรือได้รับอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนสมอง อาจมีแนวโน้มเกิดภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้มากกว่าเด็กทั่วไป
-สิ่งแวดล้อม การสูดดมหรือสัมผัสสารพิษจากสิ่งแวดล้อมเป็นประจำ เช่น สารตะกั่ว รวมถึงโภชนาการที่ไม่ดีตั้งแต่เด็ก อาจส่งผลให้เกิดความพร่องทางการเรียนรู้
ทัศนคติ
ทัศนคติที่เปลี่ยนไปคือ จากเดิมไม่ทราบว่าการป้องกันความบกพร่องทางการเรียนรู้ควรทำอย่างไร พอได้ศึกษาทำความเข้าใจก็ได้ทราบว่าความบกพร่องทางการเรียนรู้ในเด็กอาจป้องกันได้ตั้งแต่ลูกน้อยอยู่ในครรภ์มารดา หากรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ควรไปฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากนั้น การให้การดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงวัยทารกและวัยเด็กตอนต้นก็เป็นอีกวิธีที่อาจช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้สมบูรณ์
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความบกพร่องทางการเรียนรู้ปัจจุบันไม่มีวิธีรักษาความบกพร่องทางการเรียนรู้ให้หายขาด แต่เทคนิคการสอนที่เหมาะสมกับเด็ก LD ความเอาใจใส่จากพ่อแม่และคนใกล้ชิด รวมถึงการใช้ยาและการเยียวยาตามคำแนะนำของแพทย์อาจช่วยบรรเทาอาการผิดปกติและพัฒนาศักยภาพทางการเรียนรู้ได้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
ความบกพร่องทางด้านการพูดและภาษา
องค์ความรู้ที่ได้รับ
เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดคือ เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งทางการพูดผิดปกติ ในด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง จังหวะ และขั้นตอนของเสียงพูด ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง ความบกพร่องของเสียงพูด ความบกพร่องขั้นตอนจังหวะของเสียงพูด
เด็กที่มีความบกพร่องทางภาษาคือ การขาดความสามารถที่จะเข้าใจความหมายของคำพูดและไม่สามารถแสดงความคิด ออกมาเป็นถ้อยคำได้ การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย ไม่มีความสามารถเข้าใจและสร้างถ้อยคำ เนื่องจากสมองและประสาทได้รับความกระทบกระเทือนหรือบาดเจ็บ ความขัดแย้งเกี่ยวกับภาษา เนื่องจากสมองได้รับบาดเจ็บจากการกระทบกระเทือน
ทัศนคติ
ทัศนคติที่เปลี่ยนไปคือ จากเดิมไม่ทราบว่าปัญหาของความบกพร่องทางการพูดและภาษาเป็นอย่างไร พอได้ศึกษาทำความเข้าใจก็ทราบว่า ความบกพร่องทางการพูด มีปัญหาในการพูดและออกเสียงคำบางคำ ทำให้พูดหรือออกเสียงผิด
มีปัญหาในการพูดคำหรือประโยค ทำให้พูดติดอ่างหรือพูดตะกุทำให้พูดติดอ่างหรือพูดตะกุกตะกัก มีปัญหาในการเข้าใจและการพูดช้ากว่าปกติ
ความบกพร่องทางภาษา
มีปัญหาในการเข้าใจและการพูดภาษาต่างๆ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บหรือการทำงานของสมอง มีความผิดปกติในการประมวลเสียงที่ได้ยินไปยังสมอง
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ได้ศึกษาค้นคว้าและนำไปต่อยอดในการศึกษา และหาข้อมูลเพิ่มเติม เผื่อที่จะได้นำมาใช้ในอนาคตเป็นแนวทางในการศึกษาเด็กมีความพร้อมในการเรียนรู้มาตั้งแต่เกิด เขาต้องการเรียนรู้ภาษาที่ครอบครัวพูด อาจจะภาษาเดียวหรือหลายภาษาก็ได้ แต่การเรียนรู้ภาษาต้องใช้เวลา นอกจากนี้ ความเร็วในพัฒนาการทางภาษาและการพูดในวัยเด็กนั้นมีความแปรปรวน เด็กแต่ละคนจึงใช้เวลาเรียนรู้ไม่เท่ากัน บางคนอาจพบปัญหาหรือไม่เข้าใจในบางเสียง บางคำ และบางประโยค ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการได้ โดยปกติแล้วเด็กๆ จะพูดและใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อมีอายุประมาณ 5 ปี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น