นางสาวสุภารสา สมบัติ 62121860125 บันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งที่1
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งที่ 1
ได้ทราบแนวคิดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
ได้ทราบความหมาย และประเภทของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
ได้ทราบความหมายของสุขภาวะและความสำคัญของสุขภาวะของเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
ได้ทราบบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
ได้ทราบบุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
ได้ทราบบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ
บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
องค์ความรู้ที่ได้รับ
ได้ทราบความหมายของความบกพร่องทางการได้ยินคือ เด็กที่มีการบกพร่องทางการได้ยินคือเด็กที่ไม่สามารถได้ยินเทียบเท่ากับบุคคลที่มีความสามารถในการได้ยินปกติที่สามารถรับฟังด้วยหูทั้ง2ข้าง ตั้งแต่ระดับที่ 25 เดซิเบลขึ้นไป ซึ่งจะถือว่าเป็นบุคคลที่สูญเสียการได้ยิน และได้ทราบปัญหาสาเหตุและเกณฑ์การพิจารณา
ทัศนคติ
คิดมาตลอดเลยว่าคนที่หูหนวกกับคนที่หูตึงมีความเหมือนกัน แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ คนหูหนวกคือ บุคคลที่สูญเสียการได้ยินมากจนไม่สามารถเข้าใจการพูดผ่านทางการได้ยินไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่เครื่องช่วยฟังซึ่งโดยทั่วไปหากตรวจการได้ยินจะมีการสูญเสียการได้ยิน 90 เดซิเบลขึ้นไป คนหูตึงคือ บุคคลที่มีความได้ยินเหลืออยู่เพียงพอที่จะได้ยินการพูดผ่านทางการได้ยิน โดยทั่วไปจะใส่เครื่องช่วยฟัง ซึ่งหากตรวจวัดการได้ยินจะมีการได้ยินน้อยกว่า 90 เดซิเบลลงมาถึง 26 เดซิเบล
ประทับใจ
ประทับใจอาจารย์ อาจารย์สอนเข้าใจง่าย เนื้อหาไม่อัดแน่นไม่เครียดจนเกินไปผ่อนคลาย และประทับใจเพื่อนในการรายงานของแต่ละกลุ่ม รายงานได้เข้าใจง่าย กระทัดรัดครอบคลุม ทำให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้น
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นำความรู้ที่ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
องค์ความรู้ที่ได้รับ
ได้ทราบความหมายของความบกพร่องทางการเห็นคือ บุคคลที่สูญเสียการมองเห็นบางส่วน โดยสามารถที่จะมองเห็นสิ่งต่างๆได้บ้าง กับการสูญเสียการมองเห็นโดยสิ้นเชิงคือ คนตาบอดที่ไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ และได้ทราบปัญหา สาเหตุ และเกณฑ์การพิจารณาอีกด้วย
ทัศนคติ
ได้เข้าใจคนที่สูญเสียการมองเห็นมาก จนต้องใช้การอ่านอักษรเบรลล์ หหรือใช้วิธีการฟังเทปหรือหนังสือเสียง หากตรวจวัดความชัดของสายตาข้างดีเมื่อแก้ไขแล้ว อยู่ในระดับ 6ส่วน 60 (6/60 หน่วยวัดเป็นเมตร) หรือ 20 ส่วน 200(20/200 หน่วยวัดเป็นฟุต) ลงมาจนถึงบอดสนิท (หมายถึงคนตาบอดสามารถมองเห็นวัตถุได้ในระยะห่างน้อยกว่า 6 เมตรหรือ 20 ฟุต ในขณะที่คนทั่วไปสามารถมองเห็นวัตถุเดียวกันในระยะห่าง 60 เมตรหรือ 200 ฟุต) หรือมีลานสายตาแคบกว่า 20องศา (หมายถึงสามารถมองเห็นได้กว้างน้อยกว่า 20 องศา)
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
นำความรู้ที่ได้ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น แนะนำไปต่อยอดในวันข้างหน้า
บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ
องค์ความรู้ที่ได้รับ
ได้ทราบบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพคือ คนที่มีอวัยวะไม่สมส่วนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนขาดหายไป กระดูกและกล้ามเนื้อพิการ เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรงมีความพิการของระบบประสาท มีความลำบากในการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาในสภาพปกติ และได้ทราบปัญหา สาเหตุและเกณฑ์การพิจารณา
ทัศนคติ
จากไม่เคยทราบว่าความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพว่าเป็นเกี่ยวกับโรคใดบ้างก็ได้ทราบ เช่น โรคของระบบประสาท เช่น ซีรีบรัล พัลซี ( Cerebral palsy ) หรือโรคอัมพาตเนื่องจากสมองพิการ โรคลมชัก มัลติเพิล สเคลอโรซีส ( Multiple Sclerosis ) โรคทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น ข้ออักเสบ เท้าปุก โรคกระดูกอ่อน โรคอัมพาต กล้ามเนื้อลีบ หรือมัสคิวลาร์ ดิสโทรฟี ( Muscular Dystrophy ) กระดูกสันหลังคด การไม่สมประกอบตั้งแต่กำเนิด เช่นโรคศรีษะโต สไปนา เบฟฟิดา (Spina Bifida ) แขนขาด้วนแต่กำเนิด เตี้ยแคระ สภาพความพิการและบกพร่องทางสุขภาพอื่นๆ ได้แก่ สภาพความพิการ อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและโรคติดต่อ เช่น ไฟไหม้ แขน ขา ขาด โรคโปลิโอ โรคเยื่อบุสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส และอันตรายจากการคลอด ความบกพร่องทางสุขภาพ เช่น หอบ หืด โรคหัวใจ วัณโรคปอด ปอดอักเสบ
นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถนำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปใช้ในการศึกษาเพิ่มเติมต่อยอดให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นและสามารถนำไปใช้ในการสอนผู้อื่นให้เข้าใจได้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น