นางสาวพนิดา อุ่นพันธ์ 62121860120 สรุปองค์ความรู้จากการดู เด็กพิเศษสังเกตุได้

 

👪👪สรุปความรู้จากการดูคลิป เด็กพิเศษสังเกตได้👪👪

เด็กพิเศษ คือ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ดูแลพิเศษ ซึ่งมี 7 ประเภทดังนี้

1.บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

2.บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

3.บุคคลที่มีปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม

4.บุคคลที่มีความบกพร่องทางการสติปัญญา

5.บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ

6.บุคคลที่มีปัญหาทางการเรียนรู้

7.บุคคลออทิสติก คือ เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ สมาธิสั้น มีจำนวน 2.5 ล้านคน

วิธีการสังเกตเด็กพิเศษ มีดังนี้

1.ความบกพร่องทางการมองเห็น  คือ เวลาเขียนหนังสือ จะหรี่ตา บ่นว่ามองไม่ชัด

2.ความบกพร่องทางการได้ยิน คือ สังเกตดูเวลาเรียกเขาจะหันมาหรือไม่

3.ความบกพร่องทางอารมณ์และพฤติกรรม คือ เด็กมีความซึมเศร้า ไม่อยากไปเรียนหรือไม่

4.ความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ คือ จะเห็นได้ชัดเจนจาก การป่วยเรื้อรัง แขนขาลีบ เป็นโปลิโอ

5.ความบกพร่องทางการสติปัญญา คือ พัฒนาการเดิน คลาน ช้ากว่าปกติ

6.ความบกพร่องทางการเรียนรู้ คือ ก่อนวัยเรียนอาจพูดช้า ในวัยเรียนจะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

7.บุคคลออทิสติก คือ ชอบทำอะไรแปลกๆซ้ำๆ พูดโต้ตอบกับคนอื่นไม่ได้ ไม่เล่นกับคนอื่น

-    ปัจจุบันมีทั้งเด็กพิเศษแท้ แลพเด็กพิเศษเทียม

-                   -        ประเทศไทยมีเด็กด้อยโอกาสถึง 30%   คือ ซึ่งเด็กที่อยู่ในระบบ 70%    อยู่นอกระบบ 30% เช่น ยากจน ครอบครัวแตกแยก เด็กเร่ร่อน

-                  -        การเล่น เป็นการส่งเสริมพัฒนาความต้องการของเด็กพิเศษ

-                 -        เด็กพิเศษสามารถพัฒนาและเติบโตขึ้นได้นั้นต้องขึ้นอยู่กับพ่อแม่ พ่อแม่ต้องใจเย็น และต้องมีความเข้าใจต่อกันให้ความรักความอบอุ่นต่อลูก

 

ตั้งคำถามและตอบ

1.การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ( ID )

ตอบ

ระดับก่อนวัยเรียน เน้นความพร้อมของเด็กทั้งในด้านความคิด ความจ า ร่างกาย อารมณ์ และสังคมของเด็ก ความพร้อมของเด็กเป็นพื้นฐานสำคัญใน การเรียนในระดับประถมศึกษา การพัฒนาทักษะของเด็กในระดับนี้ควรเน้นทักษะที่จะจำเป็นที่จะช่วยให้เด็กมีความพร้อมในการเรียน เช่น การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่การฝึกให้นักเรียน มีความสนใจในบทเรียนนานขึ้น การฝึกความคิดความจ า ฝึกภาษา ฝึกพูด เป็นต้น

ระดับประถมศึกษา เน้นเกี่ยวกับการอ่าน คณิตศาสตร์ ภาษา ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์และสังคมศึกษานั้นมีความสำคัญรองลงไป ในหลักสูตรแตกต่างไปจากหลักสูตรสำหรับเด็กปกติตลอดจนเอกสารการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความสนใจและความสามารถของเด็ก ส่วนเนื้อหาวิชาดนตรี และศิลปะ ควรจัดให้เหมาะสมกับเด็ก

ระดับมัธยมศึกษา เน้นความต้องการและความสามารถของเด็กเป็นสำคัญ หากเด็กมีความสามารถในการเรียน เด็กควรได้รับการส่งเสริมให้เรียนวิชาที่เหมาะสม หากเด็กไม่มีความพร้อม ควรให้เด็กเรียนในด้านอาชีพ และฝึกทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เพื่อเตรียมเด็กให้สามารถดำรงชีพในสังคมได้ ควรฝึกให้เด็กมีทักษะในด้านต่อไปนี้คือ ทักษะด้านการงานและอาชีพ การครองเรือน นันทนาการ การดูแลสุขภาพ การดำรงชีพในชุมชน

2. พ่อแม่จะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อช่วยให้ลูกมีสมาธิในการเรียน

ตอบ เราสามารถปลูกฝังการมีสมาธิได้ตั้งแต่เด็กยังเล็ก ผ่านการทำกิจกรรมที่เด็กชอบและถนัด เด็กๆจะผูกพันกับกิจกรรมที่ตนเป็นคนคิดและออกแบบ คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตนะคะว่าน้องทำกิจกรรมอะไรที่เค้าจะสนุกและทำได้ต่อเนื่องค่อนข้างนาน ชวนลูกทำเล่นด้วยกันในครอบครัว เช่น เด็กบางคนสามารถถักไหมพรม หรือใช้ปากกาเมจิกจุดสีบนภาพได้เป็นเวลานานๆ

3. พ่อแม่คือของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับลูก คืออะไร

ตอบ การที่บอกว่า “พ่อแม่คือของเล่นที่ดีของลูก” นั้น เป็นการเปรียบเทียบชี้นำให้เห็นว่าสายสัมพันธ์อันอบอุ่นของพ่อแม่จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทางอารมณ์ของเด็ก ของเล่นเป็นเพียงสื่อกลางเพื่อเข้ามาช่วยประกอบการเล่น แต่วิธีเล่นและคนที่เล่นด้วยต่างหากที่จะก็ให้เกิดความรู้สึกสนุก อบอุ่นและเรียนรู้ในการไว้วางใจตนเองและผู้อื่น บทบาทที่เหมาะสมของพ่อแม่ จึงช่วยให้เด็กมีความสุข เพลิดเพลิน เสมือนว่าได้เล่นอยู่กับของเล่นนั่นเอง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวปรมาภรณ์ อ่อนคำ 62121860115 บันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งที่ 2