นางสาววราภรณ์ ชาญประไพ 62121860107 สรุปองค์ความรู้จากคลิปเด็กพิเศษสังเกตได้
สรุปองค์ความรู้จากคลิปเด็กพิเศษสังเกตได้
เด็กที่มีความสามารถพิเศษมีหลายประเภท ปัจจุบันมีทั้งหมด 7
ประเภท ได้แก่
1. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น
คือบุคคลที่มองไม่เห็น ไม่มีการมองเห็นหรือเห็นอยู่บ้านแต่ม่สามารถใช้สายตาได้ดีเท่าบุคคลปกติ
2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
คือเด็กที่ไม่สามารถได้ยินเทียบเท่ากับบุคคลที่มีความสามารถในการได้ยินปกติ
3. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการทางด้านอารมณ์
และพฤติกรรม
พฤติกรรมและอารมณ์ที่มีควารุนแรงและผิดไปจากภาวะปกติของคนในวัยเดียวกันที่อยู่ในกลุ่มสังคมวัฒนธรรมเดียวกันซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องและไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม
4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
ความผิดปกติในระยะช่วงแรกๆของพัฒนาการในวัยเด็กซึ่งเป็นความบกพร่องในการทำหน้าที่ด้านสติปัญญาและการปรับตัวด้านความคิด
สังคม และการกระทำความบกพร่องทางสติปัญญา
5. บุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย
หรือสุขภาพ
เป็นกลุ่มของเด็กในกลุ่มบกพร่องในส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือส่วนที่เกี่ยวกับความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวและส่วนที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางสุขภาพประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษามี
2 ประเภทดังนี้ 1 บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวได้แก่บุคคลที่มีอวัยวะไม่สมส่วนหรือขาดหายไปกระดูกหรือกล้ามเนื้อผิดปกติ
มีอุปสรรคในการเคลื่อนไหว 2 บุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพได้แก่บุคคลที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรังหรือมีโรคประจำตัวที่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
6. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
คือความผิดปกติของกระบวนการเรียนรู้ที่แสดงออกด้านการอ่านการเขียนสะกดคำการคำนวณและเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์เกิดจากการทำงานของสมองทำให้การเรียนของเด็กต่ำกว่าศักยภาพโดยมีเด็กมีสติปัญญาอยู่ในระดับปกติและมีความสามารถด้านอื่นๆปกติดี
ความบกพร่องทางการเรียนรู้มี 3 ชนิดได้แก่
1. ด้านการอ่านเด็กมีความบกพร่องในการจดจำพยัญชนะ สระ
และขาดทักษะในการสะกดคำจึงอ่านหนังสือไม่ออกหรืออ่านช้าอ่านข้าม 2. ด้านการเขียนสะกดคำเด็กมีความบกพร่องในการเขียนพยัญชนะ สระ
วรรณยุกต์ไม่ถูกต้อง 3.ด้านคณิตศาสตร์เด็กขาดทักษะและความเข้าใจค่าของตัวเลข
การนับจำนวนการจำสูตรคูณ การใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
7. บุคคลออทิสติก
เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการด้านการสื่อสาร ภาษาและด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ภาวะอาการออทิสติก เกิดได้กับเด็กทุกเชื้อชาติทุกศาสนาทุกวัฒนธรรมและทุกครอบครัว
เด็กออทิสติก
เด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ เด็กสมาธิสั้น ปัจจุบันมีจำนวน 2.5 ล้านคน หรือประมาณ1ใน5ของเด็กวัยเรียนชั้นอนุบาลถึงมัธยม
(3-18ปี) เด็กในกลุ่มนี้มีทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษาซึ่งขาดการส่งเสริมดูแลตามพัฒนาการการเรียนรู้อย่างเข้าใจ
เด็กในกลุ่มนี้จึงมีความต้องการเฉพาะทั้งในด้านการเลี้ยงดูชองครอบครัวและการให้การศึกษา
คำถาม
1.
เด็กที่มีความสามารถพิเศษในปัจจุบันมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ
1.
บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น
2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
3. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการทางด้านอารมณ์ และพฤติกรรม
4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
5. บุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย หรือสุขภาพ
6. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
7. บุคคลออทิสติก
2. เด็กออทิสติกแท้เป็นและออทิสติกเทียมคืออะไร
ตอบ กลุ่มโรคออทิสติกไม่ใช่โรค
แต่มันคืออาการผิดปกติชนิดหนึ่ง ซึ่งความหมายคร่าวของ ออทิสติก
คือการผิดปกติด้านใดด้านหนึ่งของร่างกายและพัฒนาการของเด็ก
ในส่วนของรายละเอียดอาจจะเข้าใจยาก เราเลยขอแบ่ง ออทิสติก ออกเป็นสองกลุ่มคือ
ออทิสติกแท้ และออทิสติกเทียม เท่านั้น
โรคออทิสติกโดยทั่วไป (ออทิสติกดั้งเดิม)
การเป็นออทิสติกแท้
หรือแบบดั้งเดิมกันก่อน อาการผิดปกติแบบนี้จะมีรูปแบบการผิดปกติอยู่สามส่วนด้วยกัน
ซึ่งการเป็นออทิสติกแท้อาจจะผิดปกติด้านใดด้านหนึ่ง หรือ มากกว่า 1
ด้านก็ได้ โดยทั้ง 3 ด้านได้แก่ อาการผิดปกติทางสังคม
(หมายถึง จะเข้าสังคม คุยกับคนอื่นได้ยาก) อาการผิดปกติด้านการพูดและภาษา
(หมายถึงการอ่าน เขียน รับรู้ และสื่อสารภาษาได้ยาก และช้ากว่าคนวัยเดียวกัน)
และอาการผิดปกติทางด้านความสนใจ (หมายถึง การให้ความสนใจบางอย่างน้อยเกินไป หรือ
บางเรื่องอาจจะให้ความสนใจมากจนเกินไป) เป็นต้น
อาการออทิสติก ดั้งเดิม
ขั้นต่อไป คุณพ่อคุณแม่และครอบครัว
อาจจะต้องหันมาเช็คอาการลูกหลานของเราสักหน่อย ว่าอาการแบบไหนบ้างเข้าข่ายของ
อาการออทิสติกแบบดั้งเดิม เริ่มจาก หากเค้าขาดการสนใจ
ขาดการโต้ตอบกับคนอื่นละก็แสดงว่าเริ่มมีอาการแล้ว สองหากเค้าสนใจ สิ่งของ
อะไรสักอย่างมากเกินไป (จนถึงขั้นหมกมุ่นอันนี้ไม่ดี)
สามไม่เพียงไม่สนใจคนแล้วยิ่งหลบเลี่ยงสายตา ไม่จ้องมองตอบก็ใช่
สี่หากเค้าไม่สามารถแสดงอารมณ์ อาการของตัวเองให้คนอื่นรับรู้ได้
อันนี้ก็ไม่ดีเหมือนกันหากมีอาการแบบนี้ต้องหาหมอแล้ว
โรคออทิสติก แบบเทียม
โรคออทิสติกอีกแบบหนึ่งที่เด็กไทยเป็นกันเยอะมาก
ช่วง 2-3
ปีที่ผ่านมา นั่นคืออาการโรคออทิสติกแบบเทียม
ความผิดปกติแบบนี้ไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์ แต่เกิดจากการเลี้ยงดูมากกว่า
อาการกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากครอบครัวที่ผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแล
เลี้ยงดูผิดวิธี เมื่อสะสมเป็นเวลานานทำให้เกิดโรคออทิสติกเทียมได้
สาเหตุของโรคมีดังนี้
สาเหตุของโรคออทิสติกเทียม
โรคออทิสติกเทียมนั้น
ไม่ได้เป็นความผิดปกติตั้งแต่เกิด มาจากการเลี้ยงดู
สาเหตุของโรคออทิสติกเทียมได้แก่ การให้ลูกเล่น สมาร์ทโฟน แท็บเลตตั้งแต่เด็ก
(หมายถึงก่อนอายุ 2 ขวบ)
ซึ่งของเหล่านี้ไปทำให้การพัฒนาหยุดและช้าลง
สองการเลี้ยงลูกโดยปล่อยให้อยู่กับทีวี โทรทัศน์ ให้เค้าดูรายการยังไม่เหมาะสม
(แม้ว่าจะเป็นการ์ตูนก็ตาม) นั่นทำให้เค้าเกิดการซึมซับพฤติกรรมผิดๆ
จากสื่อเหล่านั้น รวมถึงทำให้การตอบโต้กับคนทั่วไปทำได้ยากขึ้น
เนื่องจากคุ้นเคยกับทีวีมากกว่า
3. วิธีการสังเกตความผิดปกติของเด็กเป็นอย่างไร
ตอบ ความบกพร่องทางการมองเห็น
วิธีสังเกต เวลาเด็กอ่านหนังสือจะหรี่ตา บ่นว่ามองไม่ชัด
ความบกพร่องทางการได้ยิน
วิธีสังเกต สังเกตโดยการเรียกดูว่าเขาหันมาหรือไม่ เมื่อเทียบกับเสียงปกติที่เรียกกับเด็กวัยเดียวกัน
ความบกพร่องทางอารมณ์และพฤติกรรม
วิธีสังเกต เด็กมีการซึมเศร้าหงุดหงิด ไม่อยากไปโรงเรียนหรือไม่
จะมีอาการร้องงอแงมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
ความบกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ
วิธีการสังเกต สังเกตได้ชัดเจนจาก มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง แขนขาลีบ เป็นโปริโอ
ความบกพร่องทางสติปัญญา
วิธีการสังเกต พัฒนาการในการเดิน การคลาน การพูดช้ากว่าปกติ
ความบกพร่องทางการเรียนรู้
วิธีการสังเกต ก่อนวัยเรียนอาจพูดข้า ในวัยเรียนอาจอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
บุคคลออทิสติก
วิธีการสังเกต ชอบทำอะไรแปลกๆซ้ำๆ พูดโต้ตอบคนอื่นไม่ได้ ไม่เล่นกับเด็กคนอื่น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น