นางสาววราภรณ์ ชาญประไพ 62121860107 บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1

 

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1

สัปดาห์ที่ 1 วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

1. ความรู้ที่ได้รับ
เรื่อง การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
ความหมาย
เด็กที่มีการบกพร่องทางการได้ยิน คือ เด็กที่ไม่สามารถได้ยินเทียบเท่ากับบุคคลที่มีความสามารถในการได้ยินปกติ ที่สามารถรับฟังเสียงด้วยหูทั้ง 2 ข้าง ตั้งแต่ระดับ 25 เดซิเบลขึ้นไป ซึ่งจะถือว่าเป็นบุคคลที่สูญเสียการได้ยิน (Hearing loss)
สาเหตุ
แบ่งได้
2 ประเภท ดังนี้
1. สาเหตุจากกรรมพันธุ์
เด็กมีสาเหตุจากความผิดปกติของพ่อหรือแม่ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินคนใดคนหนึ่งหรือทั้ง
2 คน
2. สาเหตุจากสภาพแวดล้อม
สืบเนื่องจากการที่มารดาป่วยหรือติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ การติดเชื้อหลังที่เด็กคลอด
ปัญหา
1. ด้านสติปัญญา
บางครั้งจะเรียนได้ช้ากว่าเด็กปกติในเรื่องการอ่าน การเขียนและทักษะในการใช้ภาษา เนื่องจากไม่สามารถได้ยินภาษาหรือคำพูดที่ใช้
2. การปรับตัวทางสังคมและบุคลิกภาพ
2.1 การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น
2.2 ปัญหาทางพฤติกรรม เช่น มักใช้ความรุนแรง ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง
2.3 ปัญหาในการปรับตัวมากกว่าเด็กปกติ เป็นต้น

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ระดับการสูญเสียการได้ยิน ประสบการณ์ทางภาษาและประสบณ์ทางสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับคนและสิ่งของต่างๆ

เรื่อง การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
ความหมาย
1. ความหมายทั่วไป
คนตาบอดคือบุคคลที่มองไม่เห็นไม่มีการมองเห็น หรือเห็นอยู่บ้านแต่ไม่สามารถใช้สายตาได้ดีเท่าคนปกติ
2. ความหมายทางการแพทย์
สมรรถภาพของการเห็น ของผู้ใดต่ำกว่า 10 % ถือว่าตาบอดทั้งในด้านระยะทางที่มองเห็น และในด้าน ความกว้างของการเห็นที่เรียกว่าลานตา เด็กตาบอดเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี หรือหลังจากการรักษาเต็มที่แล้ว มองเห็นได้น้อยกว่า 3/60 คือทับนิ้วไม่ได้ระยะ 3 เมตร
3. ความหมายในเชิงกฎหมาย
ความบกพร่องทางการมองเห็นในแง่กฎหมายหมายถึงผู้ที่มีสายตาข้างที่ดีหลังแก้ไขด้วยแว่นตาหรืออุปกรณ์อื่นได้น้อยกว่า 20/200 ของคนปกติ
4. ความหมายในแง่ของการศึกษา
หมายถึง ผู้ที่มีสายตาพิการจนไม่สามารถได้รับการรักษาใช้ตาได้ ไม่สามารถอ่านหรือเขียนหนังสือของคนปกติได้
5. ความหมายในแง่ทางสังคม
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการเห็นจนเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ หรือไม่สามารถประกอบอาชีพที่ต้องใช้สายตาขณะที่ทำอาชีพนั้นๆ
การประเมินการเห็น
1. การประเมินอย่างไม่เป็นทางการ
ประเมินทางจากสังเกต จากลักษณะและพฤติกรรมของเด็ก หลายสถานการณ์ผู้ประเมินเช่น พ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็ก ถ้าเด็กมีความเสี่ยงให้ไปพบแพทย์ทันที
2. การประเมินอย่างเป็นทางการ ประเมินใช้เครื่องมือวัดระดับสายตา ด้านการแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ทางโรงพยาบาลจัดให้หรือนักวิชาการอื่นๆ

สาเหตุ
1. ตา ต้องปกติไม่มีโรคของตา
2. ระบบเส้นประกอบที่นำความรู้สึกการเห็นจากตาไปถึงสมองต้องปกติ
3. สมอง เห็นได้โดยตาสามารถจับภาพที่ชัดเจนและเส้นประสาทตาจะนำความรู้สึกนั้นส่งผ่านไปยังระบบประสาทตาแล้วจึงผ่านไปถึงสมองเมื่อสมองเป็นปกติก็จะรู้ว่าเป็นอะไรตามที่ตาเห็น

เรื่อง การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางร่างกาย การเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ
ความหมาย
การดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ความหมายของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางร่างกายการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ เป็นกลุ่มของเด็กในกลุ่มบกพร่องในส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือส่วนที่เกี่ยวกับความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวและส่วนที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางสุขภาพประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษามี 2 ประเภทดังนี้ 1 บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวได้แก่บุคคลที่มีอวัยวะไม่สมส่วนหรือขาดหายไปกระดูกหรือกล้ามเนื้อผิดปกติ มีอุปสรรคในการเคลื่อนไหว 2 บุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพได้แก่บุคคลที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรังหรือมีโรคประจำตัวที่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
สาเหตุ
1. สาเหตุจากสภาวการระหว่างที่มารดาตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่ทารกในครรภ์กำลังมีการพัฒนาโครงสร้างของร่างกายและอวัยวะต่างๆหากมีความผิดปกติในระยะนี้อาจทำให้ทารกคลอดออกมาพิการได้
2. สาเหตุจากโรคทางพันธุกรรม มีความถ่ายทอดความผิดปกติทางสายเลือดเด็กในครรภ์ดิ้นไม่แรงหรือไม่ดิ้น เนื่องจากมีความผิดปกติทางด้านร่างกาย
3. สาเหตุจากความผิดปกติระหว่างคลอดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอด เช่น คลอดยาก คลอดโดยการใช้เครื่องมือหรือผ่าตัดคลอด
4. สาเหตุทำให้เกิดความบกพร่องทางร่างกาย การเคลื่อนไหวหรือสุขภาพหลังคลอด ได้แก่ อุบัติเหตุก่อให้เกิดอันตราย การถูกทำร้าย เนื้องอกในสมองและไขสันหลัง ฯลฯ

ปัญหา
1. ปัญหาด้านร่างกาย เด็กกลุ่มที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพแต่ละคนจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุ และลักษณะอาการที่เป็น ปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เป็นลมชัก โรคหัวใจ โรคฮีโมเฟียเลีย และความบกพร่องทางร่างกาย
2. ปัญหาด้านจิตใจและสังคม ได้แก่
2.1 มีภาวะอารมณ์ที่ฉุนเฉียวหรือหงุดหงิดง่าย
2.2 ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
2.3 เห็นคุณค่าตนเองต่ำ
2.4 มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้
3. ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้
3.1 ไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยวิธีการเช่นเดียวกับเด็กปกติ
3.2 เรียนรู้ได้ช้ากว่าเด็กปกติ

2. มุมมอง/ทัศนคติที่เปลี่ยนไป
ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่างๆร่วมกัน เช่น นักศึกษาแต่ละคนมีความถนัดอะไร นักศึกษาเห็นด้วยหรือไม่ที่มีการออกมาเรียกร้องให้ใส่ชุดไปรเวทไปเรียน ได้ฟังความคิดเห็นของเพื่อนทั้งฝั่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

3. ความประทับใจในวันนี้
ประทับใจบทเพลงที่อาจารย์นำมาใช้ โดยพาร้องก่อนซ้ำๆหลายรอบ แล้วลองร้องในใจ ทำให้เข้าใจความรู้สึกของเด็กที่มีความบกพร่อง ทำให้เราสามารถใช้ภาษามือในการสื่อสารกับเด็กๆเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

4. มีอะไรที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ได้นำความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการดูแลเด็กปฐมวัยที่มีความบกพริองด้านต่างๆมาสังเกตเด็กละบุคคลใกล้ตัว เพื่อที่จะดูแลช่วยเหลือและช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธี

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวปรมาภรณ์ อ่อนคำ 62121860115 บันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งที่ 2