นางสาวสุพัฒตรา ขันธ์รัตน์ รหัสนักศึกษา 62121860101 ตอบคำถามจากการชมคลิปน้องคิตตี้

 

คำถามจากการชมคลิปน้องคิตตี้




1.น้องคิตตี้คือใคร เรียนชั้นไหนอายุเท่าไร เรียนที่ไหน มีลักษณะพิเศษอย่างไร

ตอบ        -    เด็กหญิงอัจฉราทิพย์ จาตุรนต์วศิน (น้องคิตตี้)

-          ชั้นอนุบาล 3 อายุ 5-6 ปี เรียนที่โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ม.ราชภัฏสวนดุสิต กรุงเทพฯ

-          ลักษณะพิเศษ ความบกพร่องทางการได้ยินและความพิการซ้ำซ้อนตั้งแต่แรกเริ่ม โครโมโซมคู่ที่ 7ผิดปกติ จึงส่งผลให้มีความบกพร่องทางการได้ยิน มีรูปมือที่ผิดปกติคล้ายกล้ามปู ช่องเพดานโหว่ ทำให้มีปัญหาในการออกเสียง การหายใจ ปัญหาทางสายตาจากรูปตาที่เล็กผิดปกติ

 2.ครูใช้เทคนิควิธีการอะไรบ้างในการช่วยเหลือคิตตี้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน

ตอบ เทคนิคของครูก็คือ มีการฝึกทางด้านกล้ามเนื้อมมัดเล็ก มัดใหญ่ ทางด้านสังคม มีทักษะทางด้านสังคมที่ดี จะเพิ่มเติมเรื่องกฎกติกาที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น การหายใจให้เป็น ออกเสียงให้เป็น ในห้องจะมีกระจกให้น้องคิตตี้ฝึกเลียนแบบ  คิตตี้เขาจะค่อนข้างมีปัญหาคือ จะต้องนวดไปด้วย ดูแลอย่างใกล้ชิดมากกว่าเด็กปกติ เพราะว่าอวัยวะเขาค่อนข้างจะเคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวได้นิดหนึ่ง เขาจะมีปัญหาอยู่ภายในตั้งแต่ขวบ 1-3 ขวบ  จะให้เด็กเก็บคำศัพท์ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้เขามีคลังคำศัพท์มมากขึ้น จะยังเน้นแก้เนื่องจากสรีระเขายังไม่คงที่ ให้เขาออกเสียงคำศัพท์ให้ได้มากที่สุด

 3.นักศึกษาคิดว่าเป้าหมายหรือหลักชัยที่ครูต้องการพัฒนาและช่วยเหลือให้คิตตี้ไปถึงคืออะไร

ตอบ เป้าหมายครูต้องการพัฒนาและช่วยเหลือ เท่าที่ครูคนหนึ่งจะสอนให้น้องคิตตี๊เท่าที่ให้ได้ คิดว่าน้องคิตตี้ควรจะได้รับโอกาส ที่จะไปเรียนกับเด็กปกติ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในรั้วโรงเรียนควบคู่ไปกับความรู้ ความสามรถต่าง ๆ เป็นต้น ครูรู้สึกภูมิใจที่ครูทำให้เด็กคนหนึ่ง ที่มีไม่เท่าคนอื่นแต่เขาก็ทำอะไรได้เหมือนกับคนอื่นหรือได้มากกว่าคนอื่น

 4.บทบาทพ่อแม่และครูที่ช่วยให้คิตตี้ ไม่รู้สึกว่ามีปมด้อยคืออย่างไร

ตอบ พ่อแม่ของคิตตี้ใช้ทัศนคติเชิงบวก ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ก็สร้างความมั่นใจให้กับน้องคิตตี้ยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็นให้ได้ เพื่อนๆก็ให้การยอมรับ ครอบครัวของน้องคิตตี้เป็นครอบครัวที่น่ารักมากให้ความเอาใจใส่น้องคิตตี้อย่างดียิ่ง โดยการพาน้องออกกำลังกายเป็นประจำ ฝึกเรื่องนิ้วว่าเหมือนพ่อและแม่หรือเปล่า ครอบครัวถามคำถามน้องคิตตี๊ว่า คนเราสวยไม่สวยไม่เหมือนกัน บางคนมีนิ้วข้างละ 5 นิ้ว แต่คิตตี้มีนิ้วข้างละ 3 นิ้ว ข้างละ 4 นิ้ว แต่คิตตี้ใช้ได้ไหม เขียนหนังสือ หยิบจับสิ่งของได้ไหม น้องคิตตี๊ตอบว่าได้ สวยไม่สวยอีกเรื่องหนึ่งแต่ต้องใช้งานได้

5.สื่ออุปกรณ์ในวีดีโอนี้ที่เหมาะกับการนำไปใช้กับเด็กควรมีคุณสมบัติอย่างไร

ตอบ สื่อที่ใช้ควรเป็นกระดาษที่แข็งแรงใช้รูปแบบที่หยิบจับได้ง่าย หยิบจับแล้วไม่หักไม่ง้อง่ายๆ ใช้อุปกรณ์ที่ทน เด็กจะต้องมีการได้รับการฝึกมาเพื่อที่จะเข้าในชั้นเรียนร่วมแล้ว เขาก็จะมีสัญชาติญาณที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง เวลาคุณครูหันไปหากระดาน หันซ้าย หันขวา เวลาที่จะหยิบจับอะไร อย่างน้อยเสียงก็ยังเข้าไปในเครื่องช่วยฟังเขา

6.การที่คิตตี้มาเรียนร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียนปกติ นักศึกษาคิดว่าสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นของคิตตี้ได้รับการพัฒนาคือเรื่องใดบ้าง

ตอบ ทักษะทางด้านสังคม ทักษะการช่วยเหลือตนเองและการได้ช่วยเหลือเพื่อน เด็กปกติจะสามารถช่วยเหลือเพื่อนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้ ให้เขาช่วยทีละเล็กทีละน้อย จะกลายเป็นว่าเด็กปกติจะได้มีความเอื้ออาทร ฝึกจิตใจของตนเอง

 7.ในกรณีของน้องคิตตี้เข้ากับหลักการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มอย่างไร

ตอบ ทางด้านกฎหมายจะคอยช่วยเหลือเด็กในระยะนี้เป็นอย่างดี ทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เด็กที่มีความต้องการพิการสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ และมีความสุข โดยมีการจัดบริการที่หลากหลาย เหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของ แต่ละบุคคล รวมทั้งได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ให้ สามารถศึกษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ ประกอบอาชีพ และพึ่งพาตนเองได้คิตตี้ได้รับความเตรียมความพร้อมทั้งจากครอบครัว และฝ่ายงานบริการช่วยเหลือในระยะเริ่มแรก

8.เทคนิคใดที่พ่อกับแม่หรือครูใช้ในการช่วยเหลือคิตตี้ที่ นักศึกษาประทับใจ และเพราะเหตุใด

ตอบ ครอบครัวน้องคิตตี้ดูและเอาใจใส่เป็นอย่างดี ใช้ทัศนคติเชิงบวก ให้กำลังอย่างสม่ำเสมอ และครูประจำชั้นสามารถส่งเสริมพัฒนาการไปได้แบบควบคู่ เพราะว่าเด็กจะต้องช่วยเหลือตนเองได้เป็นอันดับหนึ่ง ใน 1 เดือนถึง 2 เดือนแรกที่เด็กเข้ามาอยู่ ครูบอกว่า เดิน ยืน เข้าแถว แปรงฟัน เข้าห้องน้ำทุกอย่าง โดยครูจะเน้นว่าคิตตี้จะต้องช่วยเหลือตนเองให้ได้มากกว่าเด็กปกติ

9.หากนักศึกษาพบเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในระยะแรกเริ่มจะแนะนำแก่ผู้ปกครองอย่างไร

ตอบ ผู้ปกครองควรเปิดใจกว้างยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น สร้างความมั่นใจและเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึ่งบางครอบครัวยังไม่เข้าใจ ว่าลูกมีความต้องการพิเศษทางด้านไหน ก็ยังมีภาวะความเครียดอยู่ยังจับต้นชนปลายยังไม่ถูกนัก  ซึ่งครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เขามีกำลังใจมากขึ้น และมีแรงผลักดันทำให้เขาไม่ท้อ และไม่เป็นปมด้อย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวณัฐธิตา นรดี 62121860102

นางสาวปรมาภรณ์ อ่อนคำ 62121860115 บันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ครั้งที่ 2